บ้านคุณป้าจันทร์กับกลิ่นหอมแปลกๆ
สร้างแบรนด์เครื่องสำอางบ้านหนูอยู่ติดกับบ้านคุณป้าจันทร์ คุณป้าจันทร์ไม่เหมือนคุณป้าคนอื่นเลย คุณป้าชอบเก็บตัวในบ้านที่ทาสีชมพูอ่อนๆ มีม่านลูกไม้พลิ้วไหวตลอดเวลา และมีกลิ่นหอมแปลกๆ ลอยออกมาเสมอ บางทีก็เหมือนดอกไม้ บางทีก็เหมือนยาฉุนๆ หนูไม่รู้ว่ามันคือกลิ่นอะไร แต่คุณแม่บอกว่า "คุณป้าจันทร์กำลังสร้างแบรนด์เครื่องสำอางไงลูก" ตอนแรกหนูก็ไม่เข้าใจว่า 'สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง' คืออะไร แต่คุณแม่บอกว่ามันคือการทำให้คนสวยขึ้น ตอนที่หนูไปโรงเรียน หนูจะเห็นรถคันสวยๆ มาจอดหน้าบ้านคุณป้าบ่อยๆ มีคุณป้า คุณน้า คุณอาหลายคนลงจากรถ พวกเขาดูตื่นเต้นกันมากเลยค่ะ
ความงามที่เปลี่ยนไป
พอผ่านไปสักพัก หนูจะเห็นคุณป้า คุณน้า คุณอาเหล่านั้นเดินออกมาจากบ้านคุณป้าจันทร์อีกครั้ง พวกเขาดูเหมือนสวยขึ้นจริงๆ นะคะ ผิวดูใสขึ้น หน้าตาดูสดใสกว่าเดิม แต่บางคน ดวงตาเขากลับดูว่างเปล่า ไม่สดใสเหมือนตอนที่เดินเข้าไปเลย เหมือนตุ๊กตาที่คุณแม่ซื้อให้ ไม่มีชีวิตชีวา ตอนแรกหนูดีใจแทนพวกเขา แต่บางครั้งหนูแอบได้ยินเสียงคุณแม่คุยกับคุณพ่อเบาๆ ว่า "ผิวใหม่ที่ได้มา ดูเหมือนจะทำให้พวกเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป" หนูไม่เข้าใจว่าไม่ใช่คนเดิมหมายความว่าอะไร ก็หน้าก็ยังเป็นหน้าเดิมนี่นา แค่ดูสวยขึ้นเฉยๆ เองนี่คะ คุณป้าจันทร์ตั้งชื่อแบรนด์เครื่องสำอางของเธอว่า "มิติมายา" คุณแม่บอกว่ามันคือความสวยที่เหมือนเวทมนตร์
เสียงกระซิบจากห้องลับ
วันหนึ่ง หนูแอบปีนรั้วไปดูที่หน้าต่างหลังบ้านคุณป้าจันทร์ หนูเห็นคุณป้ากำลังผสมอะไรบางอย่างอยู่ในถ้วยแก้วสีเงิน มีของเหลวสีชมพูอ่อนๆ เหมือนที่อยู่บนหน้าคุณน้าข้างบ้านเลยค่ะ คุณป้าพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า "ต้องสวยที่สุดเท่านั้น" แล้วก็หัวเราะเบาๆ หนูขนลุกซู่เลยค่ะ หนูเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในกระจกบานใหญ่ในห้องนั้น แววตาที่จ้องมองกลับมาดูหวาดกลัว คุณแม่เคยเล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ คุณแม่ก็เคยอยากสวยเหมือนคุณป้าจันทร์ที่ตอนนั้นเป็นสาวสวยที่สุดในหมู่บ้าน คุณแม่บอกว่าตอนที่เห็นคุณป้าเริ่ม ‘สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง’ คุณแม่ก็เกือบหลงไปกับความงามนั้นแล้ว แต่โชคดีที่คุณยายห้ามไว้ทัน หนูไม่รู้ว่าคุณแม่พูดถึงอะไร แต่ความรู้สึกแปลกๆ ก็ยังคงติดอยู่ในใจหนู
ความจริงที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้ม
วันหนึ่งคุณแม่ดูเศร้ามากเลยค่ะ คุณแม่บอกว่าคุณน้าข้างบ้านที่เคยไปหาคุณป้าจันทร์หายตัวไปแล้ว ไม่มีใครเจอ คุณแม่ร้องไห้บอกว่า "ความสวยที่แลกมาด้วยการสูญเสียตัวเอง มันไม่คุ้มเลยลูก" หนูสงสัยว่าคุณน้าสวยจนหายไปไหนกัน หนูคิดถึงหน้าคุณน้าที่ตอนหลังดูเหมือนตุ๊กตา หนูไปที่หน้าบ้านคุณป้าจันทร์อีกครั้ง แต่คราวนี้เห็นคุณป้าจันทร์นั่งอยู่คนเดียวในห้องที่เคยเต็มไปด้วยกลิ่นหอมประหลาดๆ ดวงตาคุณป้าก็ดูว่างเปล่าเหมือนคุณน้าข้างบ้านเลยค่ะ คุณป้าจันทร์กำลังมองไปที่กระจกบานใหญ่ มีรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะมีความสุข แต่ในแววตานั้นกลับไม่มีความสุขเลยค่ะ เหมือนกับว่าความสวยงามที่เธอพยายาม ‘สร้างแบรนด์เครื่องสำอาง’ ให้คนอื่น มันไม่ได้ทำให้เธอมีความสุขไปด้วย
บทสรุป: แสงสะท้อนจากความทรงจำ
หลังจากวันนั้น คุณป้าจันทร์ก็ไม่เปิดบ้านต้อนรับใครอีกเลย กลิ่นหอมประหลาดๆ ก็หายไป หนูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คุณแม่กอดหนูแน่นแล้วบอกว่า "ความงามที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ที่เครื่องสำอาง หรือผิวที่แต่งเติม แต่มาจากข้างในใจของเราต่างหากลูก" หนูยังจำแววตาว่างเปล่าของคุณป้าจันทร์กับคุณน้าข้างบ้านได้ดี และจำคำพูดคุณแม่ที่เล่าถึงอดีตของเธอที่เกือบจะหลงไปกับสิ่งลวงตา การที่หนูได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้ ทำให้หนูเข้าใจว่าการยอมรับตัวเอง และรักในสิ่งที่เราเป็น คือความงามที่ยั่งยืนที่สุด การที่ได้เห็นปมในใจของคุณแม่คลี่คลายหลังจากที่คุณน้าหายตัวไป ทำให้หนูรู้ว่าบางครั้ง การที่เราได้เห็นความจริงที่โหดร้าย ก็อาจจะนำทางให้เราได้พบกับความจริงที่สวยงามกว่าได้เสมอค่ะ
No comments:
Post a Comment